เงินเฟ้อ ศัตรูตัวร้ายทำร้ายเงินในกระเป๋า

เงินเฟ้อ ศัตรูตัวร้ายทำร้ายเงินในกระเป๋า

 

เงินเฟ้อ เงินเฟ้อ เงินเฟ้อ ช่วงนี้ไปที่ไหนก็ได้ยิน เพราะจะราคาของกิน ของใช้ก็กระเทือน เงินในกระเป๋าจึงกระทบ เพราะ เงินเฟ้อสหรัฐฯ แตะระดับสูงสุดรอบ 40 ปี และเงินเฟ้อไทยแตะระดับสูงสุดรอบ 13 ปี ถ้าจะให้ดีต้องอ่านบทความต่อไปนี้ 

.

หนึ่งในศัตรูตัวฉกาจของเงินในกระเป๋า ก็คือเงินเฟ้อนั่นเอง วันนี้ odini จะมาลองชวนคุยสั้น ๆ เรื่องของเงินเฟ้อกัน ว่าผลกระทบมันร้ายแรงจริง ๆ หรือเราคิดมากกันไปเอง ?

.

เงินเฟ้อ คืออะไร แบบสรุปสั้น ๆ 

มาทบทวนกันก่อนว่าภาวะเงินเฟ้อคืออะไร ? ถ้าให้สรุปแบบสั้น ๆ ไม่ยืดเยื้อ ภาวะเงินเฟ้อหมายถึงการที่สินค้าและบริการราคาแพงขึ้น จนทำให้เงินที่เคยมีเท่าเดิมซื้อของได้ปริมาณน้อยลง หรือต้องจ่ายแพงขึ้นเพื่อให้ได้ของปริมาณเท่าเดิม

.

ยกตัวอย่างง่าย ๆ เช่น แอดเป็นคนที่โปรดปรานการทานข้าวไข่เจียวเป็นอย่างมาก โดยร้านข้าวไข่เจียวเจ้าประจำขายที่ไปทานทุกครั้งขายไข่เจียวจานละ 20 บาท 

.

วันดีคืนดี เงินเฟ้อทำให้ต้นทุนวัตถุดิบแพงขึ้น ไข่ไก่แพง น้ำมันแพง ข้าวแพง แต่ด้วยความคุ้นเคย ทำให้แอดหยิบแบงค์ 20 จ่ายข้าวไข่เจียวเหมือนทุกครั้ง

.

ปรากฏว่าคราวนี้สิ่งที่แอดได้รับไม่ใช่ข้าวไข่เจียว แต่สิ่งที่ได้กลับมาคือคำพูดที่ว่า “น้องครับ ข้าวไข่เจียวตอนนี้จานละ 25 บาทแล้วนะครับ”

.

จะเห็นว่า เราต้องใช้เงินเยอะขึ้นถึง 5 บาทเพื่อซื้อข้าวไข่เจียวแสนโปรดจานเดิม ซึ่งในทางปฏิบัติเรามักจะพูดถึงเหตุการณ์ทำนองนี้ว่าเป็นการสูญเสียอำนาจการซื้อ (Purchasing Power) นั่นเอง

.

ผลกระทบร้ายแรงแค่ไหน?

เอาเข้าจริง เงินเฟ้อมีผลกระทบโดยตรงกับเงินในกระเป๋าอย่างแน่นอน เพราะมันทำให้เงินที่สะสมไว้ด้อยมูลค่าลงเมื่อเวลาผ่านไป 

.

ทีนี้ แอดอยากช่วนเพื่อน ๆ มาคิดกันเล่น ๆ ดีกว่าว่า ถ้าเงินเฟ้อเพิ่มขึ้นแต่ละที มันจะกัดอำนาจการซื้อเรามากขนาดไหนกันนะ โดยขอแบ่งเป็นระยะสั้น กับระยะยาวให้เห็นความแตกต่างกันแบบชัด ๆ ไปเลย

 

ในระยะสั้น 1 ปี

ถ้าเงินเฟ้อ 2%  เงิน 1 ล้านในอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 9.8 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อ 4%  เงิน 1 ล้านในอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 9.6 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อ 6%  เงิน 1 ล้านในอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 9.4 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อ 8%  เงิน 1 ล้านในอีกหนึ่งปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 9.2 แสนบาทในวันนี้

แต่ตามหลักเศรษฐศาสตร์แล้ว เงินมีแต่จะเฟ้อขึ้นเรื่อย ๆ อยู่ที่ว่ามากหรือน้อยเท่านั้น ดังนั้นเราลองมาคิดกันต่อว่า ถ้าเงินเฟ้อทบต้นในระยะยาวแล้ว จะทำลายล้างเงินที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริดมาขนาดไหน

 

สมมุติว่าแอดเก็บเงินเก็บสัก 10 ล้านแล้วฝังลงดินแล้วกัน โดยหวังว่าในอีก 30 ปีข้างหน้า จะให้ลูกหลานนำเงินมาใช้

 

ระยะยาว 30 ปี 

ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยทบต้น 2%  เงิน 1 ล้านในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 5.5 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยทบต้น 4%  เงิน 1 ล้านในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 3 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยทบต้น 6%  เงิน 1 ล้านในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 1.6 แสนบาทในวันนี้

ถ้าเงินเฟ้อเฉลี่ยทบต้น 8%  เงิน 1 ล้านในอีก 30 ปีข้างหน้าจะมีมูลค่าเทียบเท่า 8 หมื่นบาทในวันนี้

 

โห เห็นแบบนี้แล้วตกใจกันเลยใช่ไหมครับ เพราะขนาดเงินเฟ้อแค่ 2% แต่ถ้าใช้เวลาสะสมไปเรื่อย ๆ 30 ปี จะทำให้มูลค่าของเงินจาก 1 ล้านเหลือเพียงแค่ 5.5 แสนเท่าน้น ไม่ต้องคิดเลยว่าถ้าอัตราเงินเฟ้อสูง ๆ จะน่ากลัวขนาดไหน

 

เมื่อเงินเฟ้อมีพลังในการกัดกร่อนเงินออมมากมายขนาดนี้ จะดีกว่าไหม ถ้าเรานำเงินไปลงทุน เพื่อให้ผลตอบแทนงอกเงย อย่างน้อย ๆ ก็เพื่อปกป้องไม่ให้มูลค่าของเงินที่เรามีลดลง

 

แต่การลงทุนมันฟังดูเป็นเรื่องยากนี่นา ไหนจะต้องหาความรู้อีก  ขอบอกเลยว่าพวกเราเตรียมทางออกของปัญหานี้ไว้แล้ว นั่นก็คือแอปพลิเคชัน odini นั่นเอง ซึ่ง odini มีทีมผู้เชี่ยวชาญ ในการคัดเลือกกองทุน และ Robo-advisor ซึ่งเป็น AI ลงทุนกองทุนรวมให้แบบอัตโนมัติ โดยให้เลือกได้หลากหลายระดับผลตอบแทนที่ต้องการ เริ่มต้นด้วยเงินเพียงแค่ 1,000 บาทเท่านั้นครับ เริ่มออมวันนี้ดีกว่าไม่ทำอะไรเลยเนอะ 

 

ถ้าเพื่อน ๆ อยากลงทุนแล้ว หรือสนใจคอนเทนต์การลงทุนแบบนี้อีก ไปติดตามกันได้ที่ LINE ได้เลย เจอกันที่นั่นน้าาาาา

No Comments

Sorry, the comment form is closed at this time.